Corporate Finance
ข้อมูลอ้างอิงและหลักการด้านการเงินองค์กร (Corporate Finance Cheat Sheet)
1. Financial Statements
- Balance Sheet: งบดุลที่แสดงถึงฐานะการเงินของบริษัท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ประกอบด้วย Assets = Liabilities + Equity
- Income Statement: งบกำไรขาดทุนที่สรุปผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่กำหนด แสดง Revenue, Expenses, และ Net Income
- Cash Flow Statement: งบกระแสเงินสดที่ติดตามการไหลเวียนของเงินสดเข้าและออก แบ่งเป็น Operating, Investing, และ Financing Activities
Practical Example: Cash Flow Analysis
ในกรณีศึกษาของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ Cash Flow Statement เป็นสิ่งสำคัญแม้ว่า Income Statement จะแสดง Net Income เชิงบวก หาก Operating Cash Flow ติดลบอย่างต่อเนื่อง อาจบ่งชี้ถึงปัญหาด้าน Working Capital Management เช่น การเก็บ Accounts Receivable ล่าช้า หรือมี Inventory ค้างสต็อกจำนวนมาก
2. Cost of Capital (WACC)
- WACC (Weighted Average Cost of Capital): ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เป็นอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทต้องทำได้เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการจัดหาเงินทุน ทั้งจาก Debt และ Equity
- Formula: WACC = (E/V x Re) + (D/V x Rd x (1 - T))
- E = Market value of equity, D = Market value of debt, V = E + D
- Re = Cost of equity, Rd = Cost of debt, T = Corporate tax rate
Practical Example: WACC Application
เมื่อบริษัทเทคโนโลยีต้องการประเมินโครงการพัฒนา Software ใหม่ จะใช้ WACC เป็น Discount Rate ในการคำนวณ NPV หากโครงการมีความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัท อาจพิจารณาปรับ WACC ให้สูงขึ้น (Risk-adjusted Discount Rate) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
3. Capital Budgeting (NPV & IRR)
- NPV (Net Present Value): มูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสดในอนาคตที่คิดลดด้วย WACC โครงการที่คุ้มค่าควรมี NPV มากกว่าศูนย์ (NPV > 0)
- IRR (Internal Rate of Return): อัตราผลตอบแทนภายในที่ทำให้ NPV ของโครงการเท่ากับศูนย์ โครงการที่น่าสนใจควรมี IRR สูงกว่า WACC
Practical Example: NPV vs IRR
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์กำลังตัดสินใจเลือกระหว่างโครงการ A และ B โครงการ A มี IRR 15% แต่ NPV 10 ล้านบาท ส่วนโครงการ B มี IRR 12% แต่ NPV 25 ล้านบาท ในกรณีนี้ หลักการ Corporate Finance แนะนำให้เลือกโครงการ B เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่สร้าง Value ให้แก่ Shareholder ได้มากกว่า (Maximize Shareholder Wealth)
4. Capital Allocation
- Capital Allocation: การตัดสินใจจัดสรรเงินทุนของบริษัทเพื่อสร้าง Value สูงสุด ทางเลือกได้แก่ การลงทุนใน Organic Growth, Mergers and Acquisitions (M&A), การจ่าย Dividend, หรือ Share Repurchase
- ROIC (Return on Invested Capital): ตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการนำเงินทุนไปสร้างผลตอบแทน ควรเปรียบเทียบ ROIC กับ WACC หาก ROIC > WACC ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)
Practical Example: Capital Allocation Strategy
ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย บริษัทที่มีเงินสดส่วนเกินจำนวนมากอาจลดการลงทุนใน M&A และเลือกที่จะทำการ Share Repurchase แทน หากประเมินว่าราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่า Intrinsic Value สิ่งนี้เป็นการบริหาร Capital Allocation ที่ส่งเสริม Shareholder Value ได้อย่างมีประสิทธิภาพ